วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิธีการใช้โปรแกรมต่างๆ

วิธีการใช้โปรแกรมต่างๆ




1. สร้างไฟล์ใหม่ แล้วใช้  ถมพื้นหลังให้เป็นสีดำ
2. ใช้  เขียนตัวอักษรด้วยสีขาว
3. ใช้คำสั่ง Layer>Rasterize>Layer เปลี่ยน Layer ตัวอักษรเป็น Layer ธรรมดา
4. ใช้คำสั่ง Select>Color Range เลือกส่วนที่เป็นสีขาว
5. ใช้คำสั่ง Select>Modify>Contact ปรับค่าเป็น 1 กด OK แล้วกดปุ่ม Delete (บน Keyboard) เนื้อในของตัวอักษรจะ ถูกตัดออกไป
6. Copy Layer โดยการลาก Layer ไปที่ไอคอน new Layer
7. ใช้คำสั่ง Filter>Blur>Gussian Blur แล้วปรับค่าเป็น 2
8. Copy Layer ที่ทำการ Blur ออกมาเป็น 3 Layer จะทำให้สว่างมากขึ้น
9. ในขั้นตอนนี้เรายังไม่สามารถปรับสีด้วย Color Balance ได้ ดังนั้นเราต้องปรับโหมดสีให้เป็น Gray Scale ก่อน แล้วค่อยปรับกลับมาเป็น RGB (Fletten Image ด้วย)
10. ในขั้นตอนสุดท้าย ให้ใช้ Image>Adjust>Color Balance ปรับสีเอาตามใจชอบ 


คู่มือการใช้งาน program desktop author

<< ทำหนังสือ Electronic เปิดหน้าได้โดยใช้ Desktop Author กันครับ >> 
เขียนโดย คุณ Please Remember / IT-Thai.net
 
หลังจาก Setup เสร็จ เรียกโปรแกรมขึ้นมาจะพบกับหน้าตาโปรแกรม ดังรูป



รายละเอียดของตัวโปรแกรม



1. New ใช้สำหรับการสร้างงานใหม่
2. Open ใช้สำหรับเปิดงานที่มีอยู่แล้วเพื่อดูหรือแก้ไข
3. Save ใช้สำหรับบันทึกไฟล์งานที่ได้ทำขึ้น
4. Page ใช้สำหรับชมตัวอย่าง (Preview) งานที่ได้ทำขึ้นมา
5. Package (EXE) ใช้บีบอัดไฟล์งานทั้งหมดที่ทำขึ้นมาให้รวมเป็นไฟล์เดียวโดยมีนามสกุลเป็น .EXE
6. Package (DNL) ใช้บีบอัดไฟล์งานทั้งหมดที่ทำขึ้นมาให้รวมเป็นไฟล์เดียวโดยมีนามสกุลเป็น .DNL สำหรับการทำเวบไซด์
7. Package (DRM) ใช้ป้องกันไฟล์งานทั้งหมดที่ทำขึ้นมาเพื่อนำเสนอในเวบไซด์ไฟล์เดียวโดยมีนามสกุลเป็น .DRM
8. Package (SCR) ใช้ในการทำ Screen Saver
9. Publish ใช้สำหรับใส่ไฟล์ DNL ลงในเวบไซด์
10. Upload ใช้สำหรับ Upload ไฟล์ที่ได้ทำขึ้นเวบไซด์
11. Multimedia ใช้ในการแทรกไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หรือ มิวสิควีดีโอ หรือ ภาพยนตร์ สนับสนุนไฟล์นามสกุล .swf, .wma, .wav เป็นต้น
12. Eazyform ใช้ในการแทรกคำถาม คำตอบ และเพิ่ม Object ต่างๆลงในงาน
13. Refresh ใช้สำหรับ Refresh งานที่ทำ
14. Properties ใช้ตั้งค่าต่างๆของ งานที่ทำ
15. Template ใช้เลือกรูปแบบต่างๆ ให้กับชิ้นงาน
16. Buttons ใช้เลือกปุ่มต่างๆที่จะให้มีในงานของเรา




รู้จักรูปร่างหน้าตาของโปรแกรมกันแล้ว ต่อไปเราจะมาลองทำหนังสือ Electronic

เปิดโปรแกรม Desktop Author ขึ้นมา เลือก New



จะขึ้นหน้าต่าง Book Properties เซตค่าตามต้องการเลยครับ หรือจะเอาค่าที่ โปรแกรมตั้งไว้ก็ได้ครับ



1. Width : เลือกความกว้างของหนังสือ
2. Height : เลือกความสูงของหนังสือ
3. Border Colour : เลือกสีของขอบหนังสือ
No Border : เลือกว่าจะให้หนังสือมีขอบหรือไม่มี ถ้าให้หนังสือมีขอบให้เอาเครื่องหมายถูกออก
4. Paper Colour : เลือกสีของหน้ากระดาษ
5. Mask Colour : เลือกสีที่ใช้สำหรับการทำรูปให้โปร่งใส
6. Background Colour : เลือกสีพื้นหลัง
7. Character Set : เลือกภาษาที่ใช้
8. Text default left : เลือกขนาดความห่างของกล่องข้อความกับขอบกระดาษทางซ้ายมือ
9. Text default top : เลือกขนาดความห่างของกล่องข้อความกับขอบกระดาษด้านบน
10. Text default width : เลือกขนาดความกว้างของกล่องข้อความ
11. Text default height : เลือกขนาดความสูงของกล่องข้อความ
12. Start with tooltip auto update : เปิดหนังสือพร้อมอับเดทเคล็ดลับเครื่องมือ
13. Auto Start : เปิดหนังสือโดยให้หนังสือเปลี่ยนหน้าอัตโนมัติ
14. Start with background windows : เปิดหนังสือพร้อมฉากหลัง
15. Disable Print Function : สามารถ พริ๊นท์ ฟังก์ชั่นได้
16. Page Turn : ปรับค่าการเปลี่ยนหน้ากระดาษ
17. Fly Speed : เลือกความเร็วในการเปลี่ยนหน้ากระดาษ
18. Start Status : เลือกว่าจะให้มีเมนูบนหนังสือหรือว่าไม่มี
19. DWB Go To : เลือกสไตล์ในการใช้ ฟังก์ชั่น Go To
20. Default Unicode Value : เลือกค่ายูนิโค้ดพื้นฐาน
21. With/Without Password : เลือกว่าจะให้หนังสือมี Password หรือไม่
22. Book Password : .ใส่ Password หนังสือ
23. Book Backup File : เลือกว่าจะให้มีไฟล์ Backup หนังสือกี่ไฟล์
24. Disable Send Mail Function : สามารส่ง Email ได้
25. Disable SaveAs Function : สามารถเซฟได้
26. Book Transparency : เซตค่าต่างๆในการทำปกหนังสือ
27. Book DRM : เซตค่าการป้องกันต่างๆ
28. Book Email : เซตค่า Email สำหรับหนังสือ
29. Book Multimedia : เซตค่า มัลติมีเดียสำหรับหนังสือ จัดการทำหนังสือตามแบบฉบับของคุณๆครับ ส่วนในตัวอย่างผมเริ่มจาก การแบ่งหน้ากระดาษ ครับ โดยการเลือกที่ Buttons > 3D_Spines หรือ Dividers



จะมี Dialog Box ขึ้นมาให้เราเลือกรูปแบบของตัวแบ่งหน้ากระดาษครับ แล้วกด Use



นำมาจัดไว้กึ่งกลางของหน้ากระดาษครับ (ใครจะไม่แบ่งหน้ากระดาษ หรือจะหารูปอื่นมาเป็นตัวแบ่งแทนก็ได้นะครับ Up to You)



ทำการใส่รูปภาพลงไปเพื่อทำปกครับ เลือกที่กล่อง Insert เครื่องมือหรือจะเลือกที่ Insert > Image ก็ได้ครับ



จะมี Dialog Box ขึ้นมาให้ทำการเลือกภาพครับ



ได้รูปที่ต้องการแล้วก็ใส่ลงไปในหนังสือของเราได้เลยครับ ปรับขนาดตามความเหมาะสม



จะทำให้เป็นปกได้โดยสมบูรณ์ จะต้องทำให้หน้าหนังสือฝั่งซ้ายมือหายไปโดยการเลือก Tools > Book Transparency



จะปรากฏ Dialog Box ขึ้นมาที่หัวข้อ Eazy Cover Shape ให้ใส่เครื่องหมายถูกหน้า With Transparency แล้วเลือก Select ดังรูป เพื่อปรับสี (หรือจะใช้สีเดิมที่โปรแกรมมีให้ก็ได้) แล้วกด OK



จากนั้นให้เลือกที่กล่องเครื่องมือ Insert Box หรือเลือกที่เมนู Insert > Box



จะปรากฏ Dialog Box สีขึ้นมาให้เราเลือกสีเดียวกับที่เราได้กำหนดไว้ใน Transparent Colour



จะเห็นกล่องสีเพิ่มเข้ามาในหน้าหนังสือของเรา ดังรูป



จัดการขยายกล่องสีให้เต็มหน้ากระดาษของเรา เพื่อจะทำให้กลายเป็นวัตถุโปร่งใสก็จะได้หน้าปกหนังสือขึ้นมาแล้ว



ต่อมาเราจะมาทำเนื้อหาของหนังสือกัน โดยการเลือก กล่องเครื่องมือ Page เลือก Add page หรือ เมนู Insert > Page จะได้หน้าใหม่ขึ้นมา ให้เราเว้นหน้านี้ไว้เพื่อทำสารบัญในตอนท้าย ให้เรา Add หน้าใหม่เพิ่มอีกหนึ่งหน้า ถึงตอนนี้เราจะมีหนังสือทั้งหมด 3 แผ่น รวมปกด้วย



เมื่อเราเพิ่มหน้ากระดาษใหม่มาให้เราทำเนื้อหาในกระดาษแผ่นที่ 3 โดยการใส่สิ่งต่างๆที่คุณต้องการไม่ว่าจะเป็นรูป ข้อความ เสียงเพลง หรือ มิวสิควีดีโอ ในตัวอย่างผมจะทำการใส่รูป เนื้อเพลง และ เพลง ในกระดาษแผ่นนี้นะครับ เริ่มจากการแบ่งหน้ากระดาษก่อนแล้วตามด้วยการใส่รูปโดยการ Insert > Image



ต่อมาก็ทำการใส่สีพื้นให้กับหน้ากระดาษครับ โดยถ้าเราต้องการให้หนังสือเราทั้งเล่มมีหน้ากระดาษเป็นสีเดียวกันหมดให้ เลือกที่ File > Book Properties แล้วเปลี่ยนสีหน้ากระดาษที่ Paper Colour หากต้องการให้หน้ากระดาษที่เรากำลังทำเปลี่ยนสีเพียงหน้าเดียวให้เลือก Insert > Box เลือกสีตามใจชอบแล้วขยายปิดให้หมดทั้งหน้ากระดาษ จะได้ดังรูป



ต่อมาให้ กดคลิกขวาที่หน้ากระดาษเลือก Send to bottom เพื่อให้กล่องสีที่เราเลือกมาลงไปอยู่ด้านล่างภาพและข้อความที่เราได้ ใส่ไว้ในหน้ากระดาษ



จะปรากฏภาพที่เราได้ใส่ไว้ในตอนแรกขึ้นมาครับ



ทีนี้มาถึงการใส่ข้อความลงในหน้ากระดาษของเรานะครับ ให้เลือกที่กล่องเครื่องมือ Insert หรือ เลือกที่เมนู Insert > Text



จะปรากฏ Dialog Box กล่องข้อความออกมา ให้พิมพ์ข้อความที่ต้องการลงไป เมื่อพิมพ์ถ้าปรากฏข้อความเป็นภาษาต่างดาว เหมือนดังรูป



ให้แก้ไขโดยการทำ แถบไฮไลท์ ที่ข้อความของเรา แล้วเปลี่ยนค่าที่ช่องภาษาจาก THAI เป็น DEFAULT และเปลี่ยน Font เป็น Font ภาษาไทย ข้อความก็จะสามารถอ่านเป็นภาษาไทยได้แล้ว



เมื่อใส่ข้อความเสร็จเรียบร้อย ก็จะได้ออกมา ดังรูปนี้



เราจะมาใส่เพลงลงไปในหนังสือ ของเรากัน ครับ เลือกที่ กล่องเครื่องมือ Insert หรือเลือกแถบเครื่องมือด้านบน ที่ Multimedia หรือเลือกที่ เมนู Insert > Multimedia จะปรากฏ Dialog Box และ กรอบมัลติมีเดียขึ้นมาดังภาพ



1. Font : เลือก Font
2. Text Colour : เลือกสีตัวอักษร
3. File : ช่องบอกชื่อไฟล์ที่เราใส่ลงในหน้าหนังสือ
4. Embed file inside book : เลือกใส่ไฟล์ลงในหนังสือเลือกที่ Select Multimedia เพื่อใส่ไฟล์ เพลง หรือ Video ที่เราจะใส่ลงไป (รองรับไฟล์ .swf / .wma / .wav )
5. Start play automatically : เลือกให้เพลงเล่นแบบ อัตโนมัติ
6. Loop : เลือกให้เล่นเพลงวนต่อเนื่อง
7. Add/Change image : ใส่รูปภาพ
8. Remove image : เอารูปภาพออก
9. Note Text : กล่องใส่ข้อความ

เลือกใส่ไฟล์เพลงในตัวอย่างผมเลือกไฟล์ Flash



เมื่อเลือกไฟล์เรียบร้อยกด OK ออกมาจะเห็น กรอบมัลติมีเดียอยู่ถ้าเราใส่ไฟล์เพลง ให้เราทำการย่อแล้วนำไปซ่อนไว้ในรูปหรือที่ต่างๆ ของหนังสือ แต่หากเราใส่ไฟล์ Video ให้ทำการขยายกรอบ ตามความเหมาะสมเพื่อให้เกิดภาพ Video ขึ้นในกรอบนั้น



ผมเอาไปแอบไว้ใกล้ๆกะพี่ตูน เลย อิอิ



คราวนี้เราก็มาทำปุ่มเมนูต่างๆ บนหนังสือกัน หุหุ โดยการเลือกที่ แถบเครื่องมือ Buttons ซึ่งมีให้เลือกหลายฟังก์ชั่นมาก เรามาลองทำ ปุ่ม Close เพื่อใช้ในการออกจากการดูหนังสือ หรือ ปิดนั่นเอง เลือกที่ Buttons > Close



จะปรากฏ Dialog Box ขึ้นมาให้เราเลือกรูปแบบ ก็เลือกกันได้ตามใจชอบครับ



หรือหากเราไม่ชอบใจกับรูปแบบที่ให้มานั้น ก็สามารถ Insert รูปของเรามาแทนได้ครับ
ในตัวอย่างผมได้ทำรูปแบบขึ้นมาเอง แล้ว Insert เข้ามาครับเสร็จแล้วจัดวางตำแหน่งให้เรียบร้อย



มาถึงตอนนี้ปุ่ม Close ที่เราใส่เข้าไปจะไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าเราจะใส่ค่าให้กับมันโดยการ คลิกที่ตัวรูปภาพปุ่ม แล้วเลือกกล่องเครื่องมือ Change หรือ คลิกขวาที่รูปภาพปุ่มแล้ว เลือก Change Link



จากนั้นจะปรากฏ Dialog Box ขึ้นมาให้เลือกค่าต่างๆ ในที่นี่เราทำปุ่ม Close หรือ ปุ่มปิด ให้เลือกค่าที่ CloseWindow



หลังจากนั้นจะใส่ปุ่มอะไรเพิ่มเติมก็แล้วแต่คุณแล้วเลือกเซตค่าตามใจชอบครับ หรือใครจะเพิ่มหน้าหนังสือก็ตามสบายครับ มาพูดถึงสิ่งที่ค้างไว้คือ สารบัญครับ ให้เราย้อนกลับไปที่หน้า 2 ที่เราข้ามาในตอนแรกครับโดยเลือกกล่องเครื่องมือ Page หรือ เมนู Control > Previous Page ครับ




ก็จะกลับมาที่หน้า 2 ที่เราข้ามไปซึ่งขาวสะอาดหมดจดเพราะเรายังไม่ได้ทำอะไร ครับ ทีนี้ก็มาเริ่มทำสารบัญ โดยการแบ่งหน้ากระดาษใส่รูป ใส่ไฟล์ต่างๆ ตามใจชอบครับ



หลังจากนั้นก็มาทำหัวเรื่องครับ (สารบัญ) จะใช้วิธีพิมพ์ใน Text Box หรือนำภาพมาใส่ก็ได้ครับ พอได้หัวเรื่องเสร็จ ก็มาทำเมนูสารบัญกันต่อครับ โดยจะใช้การ ทำปุ่มกด หรือ การ Insert ภาพมาใส่ก็ได้ครับ



พอเราได้ภาพที่จะมาทำเป็น ปุ่มเพื่อกดสำหรับโยงไปหน้าที่เราต้องการก็จัดวางตำแหน่งแล้ว คลิกขวาที่ภาพเพื่อใส่ฟังก์ชั่น Change Link



จะปรากฏ Dialog Box ขึ้นมาให้เลือกฟังก์ชั่นให้เราเลือก ฟังก์ชั่น Page แล้วจะปรากฏ แถบฟังก์ชั่น ขึ้นมาอีกหนึ่งแทบ ให้เลือก ว่าเราต้องการจะให้ กดปุ่มนี้แล้วโยงไปหาหน้าอะไร ก็คง Concept เดิมครับ เลือกกันตามใจชอบเลย อิอิ





ต่อมาเราก็จะมาทำปกหลังกันนะครับ วิธีการก็เหมือนกับการทำ ปกหน้าอ่ะ ครับ ต่างกัน 2 จุด คือ
1. การใส่รูปจะต้องใส่ด้านตรงกันข้ามกับปกหน้าเสมอ



2. เซตค่า Book Transparency ที่หัวข้อ Easy Back Cover Shape ให้ใส่เครื่องหมายถูกหน้า With Transparency และ เลือกสี ครับ



พอเราทำหนังสือครบทุก หน้าตามที่ต้องการแล้วก็จะถึงขั้นตอนของการ Save ครับในครั้งแรกที่ทำการ Save แนะนำให้ เลือกที่ File > Save As… ครับเพราะถ้าเราคลิกที่ แถบเครื่องมือรูป 

มันจำทำการเซฟลงใน Folder ที่เราเก็บไฟล์ต่างๆ ที่เราใช้ในการทำหนังสือ เช่น เราใช้ไฟล์รูปจาก Drive D มากโปรแกรมจะทำการเซฟงานลงใน Drive D เลยครับ ทำให้ยุ่งยากต่อการจัดการ ดังนั้น ควรเลือก Save As.. แล้วเลือกที่ที่ต้องการ Save งานเก็บไว้ครับ พอเราเซฟงานเสร็จแล้ว ก็จะมาดูหน้าตาหนังสือเราว่าเป็นอย่างไร โดยการเลือกที่ แถบเครื่องมือ Package หรือ File > Package EXE ครับ



พอเลือก Package EXE โปรแกรมจะทำการรวมข้อมูล พอรวมเสร็จ หนังสือ ของเราก็จะเด้งขึ้นมาให้ได้ชมกัน



หน้าตาหนังสือของเราครับ

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สอบซ่อมคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

บทที่ 1
1. บุคลากรในข้อใดมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มากที่สุด


ตอบ นักวิเคราะห์ระบบ


2. ข้อใดคือยูติลิตี้โรแกรม


ตอบ WindowsXP


3. ข้อใดถือว่าเป็นองค์ประกอบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการป้อนข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์


ตอบ แป้นพิมพ์


4. ข้อใดไม่ใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์


ตอบ Games


5. ในกรณีที่ต้องการต่อสายเมาส์ต้องต่อเข้ากับอุปกรณ์ใด


ตอบ เมนบอร์ด


6. ข้อใดไม่ใช่หน่วยความจำสำรอง


ตอบ รอม


7. คอมพิวเตอร์ในข้อใดน่าจะนำไปใช้งานมากที่สุด


ตอบ ไฮบริดคอมพิวเตอร์


8. ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์


ตอบ ซุปเปอร์แวร์


9. องค์ประกอบคอมพิวเตอร์ที่ใช้มนการแสดงผลคือข้อใด


ตอบ จอภาพ


10. ซอฟต์แวร์ที่เป็นภาษาของคอมพิวเตอร์คือข้อใด


ตอบ Norton


บทที่ 2


1. ข้อใดคืออุปกรณ์อินพุทยูนิต


ตอบ CPU


2. หน่วยประมวลผลข้อมูลกลางคือข้อใด


ตอบ CPU


3. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ต่อพ่วง


ตอบ เมนบอร์ด


4. เครื่องพิมพ์ที่ใช้หลักการฉีดพ่นหมึกคือข้อใด


ตอบ เลเซอร์


5. การที่ให้ปากกาเคลื่อนที่ไปมาบนแกนโลหะเพื่อวาดภาพลงบนกระดาษเป็นหลักการของอุปกรณ์ชนิดใด


ตอบ Flatbed Plotter


6. อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่อ่านรหัสข้อมูลที่ติดบนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ คืออุปกรณ์ใด


ตอบ Drum Plotter


7. หน่วยความจำภายในกล้องดิจิตอลสามารถเก็บภาพได้ประมาณที่ภาพ


ตอบ 20


8. ข้อใดไม่ใช่สื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล


ตอบ ฮาร์ดิสก์


9. สื่อบันทึกข้อมูลที่มีความจุมากกว่า 4.7 GB คือข้อใด


ตอบ ฮาร์ดดิสก์


10ข้อใดคือคุณสมบัติของแฮนตี้ไดร์ฟ


ตอบ พกพาสะดวกจุข้อมูลมาก


บทที่ 3


1. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของโปรแกรมระบบปฏิบัติการ


ตอบ เป็นตัวกลางระหว่างเครื่องกับผู้ใช้


2.ข้อดีของระบบปฏิบัติการ DOS คือข้อใด


ตอบ ติดต่อผู้ใช้โดยการพิมพ์


3. ข้อเสียของระบบปฏิบัติการวินโดวส์95 คือข้อใด


ตอบ ต้องสั่งงานโดยใช้เมาส์


4. วินโดวส์ ต่างจากวินโดวส์98 อย่างไร


ตอง ซอฟต์แวร์สนับสนุน


5. ระบบปฏิบัติการใดน่าจะมีความเหมาะสมในยุคปัจจุบัน (พ.ศ. 2547) มากที่สุด


ตอบ WindowsXP


6. ระบบปฏิบัติการที่เหมาะกับคอมพิวเตอร์เมนเฟรมและการติดต่อสื่อสารระยะไกลคือข้อใด


ตอบ WindowsXP


7. ระบบปฏิบัติการประเภท Open Source คือข้อใด


ตอบ WindowsXP


8.ระบบปฏิบัติการที่เหมาะกับคอมพิวเตอร์เมนเฟรมและการติดต่อสื่อสารระยะไกลคือข้อใด
- Unix
9.ระบบปฏืบัติการประเภท Open Source คือข้อใด  
-Linux
10.ระบบปฏิบัติการใดเหมาะกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ SUN
ตอบ Solaris

บทที่4
1.การจัดเรียกไอคอนทำได้อย่างไรบ้าง
 ตอบ 1.แบบ Name 2.แบบ Size 3.แบบType 4.แบบModified 5.แบบ Auto Arrange 6.แบบ Align
to Grid
2.การเรียกใช้โปรแกรม Run จะต้องเข้าไปที่ใด
- คลิกปุ่ม Start เลือกคำสั่ง Run
3.โฟลเดอร์ที่ใช้เก็บ ไฟล์ โฟลเดอร์ หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เราต้องการลบทิ้งเรียกว่าอะไร
- ถังขยะ(Recycle Bin)
4.ปกติทาสก์บาร์(Taskbar)จะอยู่ด้านใดของจอภาพ
- ด้านล่าง
5.พื้นที่หน้าจอเมื่อเราเริ่มต้นเข้าสู่โปรแกรมเปรียบเหมือนโต๊ะทำงานของเราเรียกว่าอะไร
- เดสก์ท็อป(Desktop)
6.ทูลสทิป(toolstip)คืออะไร
- ข้อความสำหรับอธิบายโปรแกรม
7.การจัดเรียงไอคอนแบบ Modified เป็นการจัดเรียงรูปแบบใด
- เรียงตามวันที่แก้ไขหรือสร้างไฟล์ของไอคอน
8.จะทำให้แถบทาสก์บาร์ซ่อนตัวต้องติกถูกที่หน้าช่องใด
-Auto - hide the taskbar
9.Title Bar คืออะไร
-แถบชื่อที่สำหรับแสดงชื่อวินโดวส์
10.ปุ่ม Advanced ใช้สำหรับทำอะไร
- ใช้สำหรับปรับแต่งรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม
 บทที่5
1.ผู้ใช้ในระดับใดที่สามารถ Log on เข้าไปสร้าง User Account ได้
-User
2.ผู้ใช้ในระดับใดสามารถเปิดและปิกการใช้งานผู้ใช้ระดับ Guest ได้
-Guest
3.ตัวเลือกใดที่ใชสำหรับการเปลี่ยนรูปภาพผู้ใช้
-Change the picture
4.ตัวเลือกใดที่ใช้สำหรับการเปลี่ยนชนิดของผู้ใช้
-Change the account type
5.ตัวเลือกใดที่ใช้สำหรับการสร้างรหัสผ่าน
-Change the password
6.Delete the account คืออะไร
-ลบผู้ใช้
7)ผู้ใช้ในระดับใดที่สามารถ Log On  เข้าไปสร้าง User Account ได้



-Adminstrator
8)ผู้ใช้ในระดับใดสามารถเปิดและปิดการใช้งานผู้ระดับ Guest ได้
-Administrator
9)ข้อใดถูกต้อง
-Guest เปิดการใช้งานตัว้องได้
10)ข้อความที่ปรากฎว่า " Do you want to keep you's files ? " เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนใด 
-การลบผู้ใช้ 

บทที่6
1.คำสั่งใดที่ใช้ในการเปลี่ยนชื่อไฟล์ โฟลเดอร์

-Rename

2.คำสั่งใดที่ใช้ในการลบไฟล์หรือโฟลเดอร์

-Delete

3.การจัดเรียงไฟล์และโฟลเดอร์แบบ Show in Group  เป็นการจัดเรียงแบบใด

-เรียงตามกลุ่มตัวอักษรแรกของชื่อ

4.การจัดเรียงไฟล์และโฟลเอดร์แบบ Size เป็นการจัดเรียงแบบใด

-เรียงตามขนาดความจุของไฟล์หรือโฟลเดอร์

5.เมื่อไฟล์หรือฟลเดอร์ถูกลบทิ้งจะย้ายไปอยู่ที่ใด

-ถังขยะ

6.ข้อใดถูกต้อง

-ไฟล์ที่อยู่ในถังยะสามารถกู้คืนได้

7.การเรียกดูคุณสมบัติของโฟลเดอร์ใช้คำสั่งใด

-Search

8.Read-only คือคุรสมบัติแบบใดของโฟลเดอร์

-ไม่มีข้อใดถูก

9.Hidden คือคุณสมบัติแบบใดของโฟลเดอร์

-เขียนโฟลเดอร์นี้ได้

10.การค้นหาไฟล์หรือโฟลเดอร์ใช้โปรแกรม

-Help and Suppor
 

บทที่ 6 การจัดการไฟล์และโปลเดอร์

การจัดการกับไฟล์และโฟลเดอร์นี้ คิดว่าส่วนใหญ่ผู้ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ใช้งานกันมานานๆแล้วก็คงจะพอทำเป็นกันอยู่แล้วในที่นี้จะขอนำมา อธิบาย อีกครั้ง เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งคิดว่าหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบวิธีการต่าง ๆ ในการจัดการไฟล์เหล่านี้ หรือว่าจะก็อปปี้อย่างไร จะลบอย่างไร จะเคลื่อนย้ายอย่างไร มาทำการสำรวจเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานกัน ว่ามีไฟล์หรือโฟลเดอร์อะไรอยู่บ้าง และจะจัดการย้าย ลบ หรือก็อปปี้ ข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง แต่ก่อนที่จะเข้าเรื่องของไฟล์ต่าง ๆ มาดูก่อนว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ ของเรานั้นมีอะไรบ้าง ที่ใช้สำหรับเก็บ ข้อมูล เริ่มต้นจากการกด Double Clickที่ My Computer เพื่อดูทั้งหมดโดยรวมก่อน

จากรูป จะเห็นว่าใน My Computer จะประกอบด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้



1. 3.5 Floppy (A:) คือ Floppy Disk Drive สำหรับใช้งานกับแผ่น Floppy Disk
2. Partition 1 (C:) คือฮาร์ดดิสก์พาร์ติชันแรก จะมีชื่อเรียกว่าเป็น Drive C:
3. Partition 2 (C:) คือฮาร์ดดิสก์พาร์ติชันที่สอง จะมีชื่อเรียกว่าเป็น Drive D:
4. (E:) คือไดรฟ์ของ ซีดีรอม นั่นเอง
5. ส่วนประกอบอื่น ๆ จะยังไม่สนใจเอาแต่เฉพาะพวกไดรฟ์ที่ใช้เก็บข้อมูลต่าง ๆ ก่อน

หากต้องการดูข้อมูลของแต่ละไดรฟ์ ว่ามีขนาดจำนวนเท่าไร ใช้งานไปแล้วเท่าไร ก็สามารถทำได้โดยเลือกที่เมนู File และ Properties เพื่อดูรายละเอียด



จากตัวอย่างตามรูป จะเห็นว่าเป็นฮาร์ดดิสก์ Drive C ขนาด 1.49GB ใช้งานไปแล้ว 1.29GB เหลือพื้นที่ว่างอยู่ 205MB มีชื่อ Volume Label เป็น "PARTITION 1" และใช้ระบบ FAT32
หากต้องการที่จะดูรายละเอียดของไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่มีอยู่ในไดรฟ์ต่าง ๆ ก็สามารถทำได้ โดยการกด Double Click เข้าไปในไดรฟ์ที่ต้องการ เช่นที่ Drive C:



จะเห็นรายละเอียดของไฟล์และโฟล์เดอร์ต่าง ๆ (ข้อมูลที่เห็นอาจจะมีรูปร่างไม่เหมือนกับตัวอย่างนี้ แต่สามารถเลือกรูปแบบ การแสดงไฟล์ ให้เป็นแบบต่าง ๆ ได้โดยการเลือกที่เมนู Views เพื่อเลือกรูปแบบต่าง ๆ ได้) ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ ไฟล์ และโฟลเดอร์ กันก่อน

ไฟล์ (File) คือส่วนที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลต่าง ๆ เป็นไฟล์ ซึ่งจะมีหลายชนิดเช่น ไฟล์เก็บตัวอักษรก็จะเป็น Text Document หรือไฟล์ของโปรแกรมก็จะเป็น Application และไฟล์อื่น ๆ อีกมากมายตามชนิดของข้อมูลนั้น ๆ จากตัวอย่างตามรูป เช่น Autoexec, Command, Frontpg.log ฯลฯ

โฟลเดอร์ (Folder) คือส่วนที่ทำการสร้างขึ้นมาพิเศษ สำหรับแยกเก็บไฟล์ต่าง ๆ เพื่อความเป็นระเบียบ โฟลเดอร์ไม่ใช่ไฟล์ แต่มองภาพง่าย ๆ คล้ายกับกล่องที่ใช้เก็บไฟล์ เพื่อให้สามารถแยกสัดส่วนการเก็บให้เป็นระเบียบได้มากขึ้น เช่นโฟลเดอร์ของ Windows ก็จะเก็บไฟล์ต่าง ๆ ที่เป็นระบบของ Windowsนอกจากนี้ภายในโฟลเดอร์ก็ยังสามารถสร้าง โฟลเดอร์ย่อย ลึกลงไปอีกหลาย ๆ ชั้นลงไปได้อีกด้วย ลองดับเบิดคลิกที่โฟลเดอร์ Program Files ดูจะเห็นลักษณะโครงสร้างด้านในของโฟลเดอร์นั้น ๆ



จะเห็นว่า ด้านในของ C:\Program Files ลึกเข้าไปก็จะประกอบด้วยโฟลเดอร์ต่าง ๆ ย่อยลงไปอีก ที่ใช้สำหรับแบ่ง การเก็บไฟล์ต่าง ๆ ให้แยกกันออกไป พอเข้าใจ อย่าลืมนึกภาพง่าย ๆ ว่าโฟลเดอร์ ก็คือกล่องต่าง ๆ สำหรับใส่ไฟล์นั่นเองจะเห็นว่า ด้านในของ C:\Program Files ลึกเข้าไปก็จะประกอบด้วยโฟลเดอร์ต่าง ๆ ย่อยลงไปอีก ที่ใช้สำหรับแบ่ง การเก็บไฟล์ต่าง ๆ ให้แยกกันออกไป พอเข้าใจ อย่าลืมนึกภาพง่าย ๆ ว่าโฟลเดอร์ ก็คือกล่องต่าง ๆ สำหรับใส่ไฟล์นั่นเอง

การสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมาใหม่ ทำได้โดยการเลือกที่เมนู File เลือกที่ New และ Folder ซึ่งครั้งแรกจะมีการตั้งชื่อเป็น New Folder เสมอ เราสามารถทำการเปลี่ยนชื่อได้โดยการกดปุ่ม F2 บนคีย์บอร์ดและเปลี่ยนชื่อได้ตามต้องการ ส่วนการลบ ก็ทำได้โดยใช้เมาส์กดเลือกที่ Folder นั้นและเลือกที่เมนู Delete หรือกดปุ่ม DEL บนคีย์บอร์ดก็ได้ ทดลองสร้าง โฟลเดอร์ขึ้นมาใหม่ และทดลองลบกันดู เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้น

การดูรายละเอียดต่าง ๆ ของไฟล์หรือโฟลเดอร์ ก็สามารถทำได้โดยการเลือกที่ไฟล์นั้น ๆ และเลือกเมนู Properties ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะเห็นรายละเอียดต่าง ๆ ของไฟล์หรือโฟลเดอร์นั้น ๆ



เช่นการดูรายละเอียดของ C:\Program Files จะเห็นขนาดของไฟล์ทั้งหมด จำนวนไฟล์ที่เก็บอยู่ในโฟลเดอร์นี้ นอกจากนั้นยังมีส่วนของ Attributes อีกด้วย ซึ่งมีความหมายดังนี้

Read-only คือไฟล์หรือโฟล์เดอร์ที่สามารถอ่านได้อย่างเดียว จะเขียนหรือลบไม่ได้
Hidden คือไฟล์หรือโฟลเดอร์ ที่มีการซ่อนไว้ โดยปกติจะมองไม่เห็น นอกจากจะกำหนดให้แสดงHidden File ด้วย
Archive คือไฟล์หรือโฟลเดอร์สำหรับแสดงว่าเป็นไฟล์ธรรมดาทั่ว ๆ ไป
System คือไฟล์หรือโฟลเดอร์ ที่แสดงว่าเป็นไฟล์ของระบบหากต้องการที่จะเปลี่ยน Attributesเหล่านี้ก็ ใช้เมาส์ กด เลือกหรือยกเลิกได้ตามต้องการ Read-only คือไฟล์หรือโฟล์เดอร์ที่สามารถอ่านได้อย่างเดียว จะเขียนหรือลบไม่ได้
Hidden คือไฟล์หรือโฟลเดอร์ ที่มีการซ่อนไว้ โดยปกติจะมองไม่เห็น นอกจากจะกำหนดให้แสดงHidden File ด้วย
Archive คือไฟล์หรือโฟลเดอร์สำหรับแสดงว่าเป็นไฟล์ธรรมดาทั่ว ๆ ไป
System คือไฟล์หรือโฟลเดอร์ ที่แสดงว่าเป็นไฟล์ของระบบหากต้องการที่จะเปลี่ยน Attributesเหล่านี้ก็ ใช้เมาส์ กด เลือกหรือยกเลิกได้ตามต้องการ